หน้าแรก › คู่มือสัตว์เลี้ยง › ตารางวัคซีนสุนัขตามช่วงอายุ
คู่มือสัตว์เลี้ยง

ตารางวัคซีนสุนัขตามช่วงอายุ

อัปเดต 2026-10-30 • - ครั้งที่อ่าน

ตารางวัคซีนสุนัขตามช่วงอายุ

คู่มือตารางวัคซีนสุนัขตามช่วงอายุฉบับสมบูรณ์ อิงตามแนวทางสัตวแพทยสมาคมฯ ช่วยให้คุณวางแผนป้องกันโรคร้ายแรงให้สุนัขได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

ทำไมการฉีดวัคซีนตามช่วงอายุจึงสำคัญต่อสุนัข

ลูกสุนัขแรกเกิดจะได้รับภูมิคุ้มกันตั้งต้นผ่านทางนมน้ำเหลือง (Maternal Antibodies) ของแม่สุนัขในช่วง 24-72 ชั่วโมงแรกหลังคลอด แต่ระดับภูมิคุ้มกันธรรมชาตินี้จะค่อย ๆ ลดต่ำลงเมื่อลูกสุนัขมีอายุประมาณ 6-8 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคร้ายแรงในสภาพแวดล้อม การพาสุนัขไปรับวัคซีนตามเกณฑ์เวลาที่แม่นยำจึงเป็นหัวใจสำคัญในการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของสุนัขสร้างเกราะป้องกันขึ้นมาเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตามแนวทางการให้วัคซีนของสมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์แห่งประเทศไทย (VPAT) ร่วมกับสมาคมสัตวแพทย์สัตว์เล็กโลก (WSAVA) มีการแบ่งวัคซีนสุนัขออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

  • วัคซีนหลัก (Core Vaccines): วัคซีนที่สุนัขทุกตัวต้องได้รับ ไม่ว่าจะเลี้ยงในระบบปิดหรือเปิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข (Canine Distemper), โรคลำไส้อักเสบติดต่อ (Canine Parvovirus), โรคตับอักเสบติดต่อ (Canine Hepatitis / CAV-2), โรคฉี่หนู (Leptospirosis) และโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้ายังเป็นวัคซีนที่กฎหมายไทยกำหนดให้ต้องฉีดเป็นประจำทุกปี
  • วัคซีนทางเลือก (Non-Core Vaccines): วัคซีนเสริมตามดุลยพินิจของสัตวแพทย์และความเสี่ยงของสุนัขแต่ละตัว เช่น วัคซีนป้องกันโรคหลอดลมอักเสบติดต่อหรือหวัดสุนัข (Canine Infectious Respiratory Disease / Bordetella bronchiseptica และ Parainfluenza) เหมาะสำหรับสุนัขที่ต้องไปฝากเลี้ยง โรงแรมสุนัข หรือพบปะสุนัขตัวอื่นเป็นประจำ

ตารางสรุปวัคซีนสุนัขตามช่วงอายุ (ตั้งแต่ลูกสุนัขจนถึงโตเต็มวัย)

เพื่อให้ผู้เลี้ยงวางแผนนัดหมายสัตวแพทย์ได้อย่างถูกต้อง ด้านล่างนี้คือตารางวัคซีนมาตรฐานที่ใช้ในคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์ในประเทศไทย:

ช่วงอายุของสุนัข ชนิดวัคซีนที่ควรได้รับ เป้าหมายและการป้องกัน หมายเหตุ / คำแนะนำ
6 - 8 สัปดาห์ วัคซีนรวมป้องกันโรคไข้หัด, ลำไส้อักเสบ, ตับอักเสบ และโรคฉี่หนู (เข็มที่ 1) กระตุ้นภูมิคุ้มกันพื้นฐานหลังภูมิคุ้มกันจากน้ำนมแม่เริ่มลดระดับลง สัตวแพทย์มักตรวจสุขภาพเบื้องต้นและจ่ายยาถ่ายพยาธิควบคู่กัน
10 - 12 สัปดาห์ วัคซีนรวมป้องกัน 5 โรค (เข็มที่ 2) + พิจารณาวัคซีนหวัดสุนัข (Bordetella) ยกระดับแอนติบอดีให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันโรคร้ายแรงในระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ เว้นระยะห่างจากเข็มแรกประมาณ 3-4 สัปดาห์
12 - 14 สัปดาห์ วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (เข็มที่ 1) ป้องกันโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คนที่มีอันตรายถึงชีวิต สามารถเริ่มฉีดได้เมื่ออายุครบ 12 สัปดาห์ขึ้นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
14 - 16 สัปดาห์ วัคซีนรวมป้องกัน 5 โรค (เข็มที่ 3) เข็มสำคัญที่ช่วยปิดช่องว่างทางภูมิคุ้มกัน (Immunity Gap) ให้สมบูรณ์ WSAVA แนะนำให้เข็มสุดท้ายของวัคซีนหลักไม่ควรฉีดก่อนอายุ 16 สัปดาห์
16 - 18 สัปดาห์ วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (เข็มที่ 2) เสริมสร้างความคุ้มโรคพิษสุนัขบ้าให้อยู่ในระดับปลอดภัยระยะยาว ฉีดห่างจากเข็มแรกประมาณ 4 สัปดาห์
อายุครบ 1 ปี (12 เดือน) วัคซีนกระตุ้นซ้ำประจำปี: วัคซีนรวม 5 โรค (เข็มกระตุ้น) + วัคซีนพิษสุนัขบ้า คงระดับภูมิคุ้มกันให้พร้อมปกป้องร่างกายตลอดช่วงโตเต็มวัย หลังจากนั้นกระตุ้นวัคซีนพิษสุนัขบ้าและโรคฉี่หนูปีละ 1 ครั้ง ส่วนวัคซีนรวมอื่นๆ กระตุ้นทุก 1-3 ปีตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

ขั้นตอนการพาสุนัขไปรับวัคซีนแบบ Step-by-Step

การฉีดวัคซีนไม่ใช่เพียงการอุ้มสุนัขไปพบหมอแล้วจิ้มยาเสร็จ แต่มีขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของต้องปฏิบัติตามเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ดังนี้:

  1. ตรวจเช็กความพร้อมทางร่างกายก่อนวันนัด (ก่อนฉีด 3-5 วัน): สังเกตว่าสุนัขร่าเริงดีไหม มีอาการไอ จาม มีไข้ ขี้ตาเกรอะกรัง ท้องเสีย หรืออาเจียนหรือไม่ หากพบอาการผิดปกติแม้แต่น้อย ต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน เพราะการฉีดวัคซีนขณะร่างกายอ่อนแออาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่ดี
  2. เตรียมตัวในวันเดินทาง: ให้สุนัขกินอาหารตามปกติก่อนเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง ไม่ควรงดอาหารหรือน้ำ แต่ไม่ควรให้อิ่มจนแน่นท้องเกินไป ใช้ กระเป๋าและกรงเดินทาง ที่สะอาดและมิดชิดเพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อโรคระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะลูกสุนัขที่ยังรับวัคซีนไม่ครบ ห้ามปล่อยให้เดินบนพื้นคลินิกหรือพื้นสาธารณะเด็ดขาด
  3. ตรวจร่างกายโดยสัตวแพทย์ (Physical Examination): สัตวแพทย์จะวัดอุณหภูมิร่างกาย ตรวจการเต้นของหัวใจ ตรวจช่องปาก สภาพเหงือก และคลำตรวจต่อมน้ำเหลือง หากทุกอย่างปกติจึงจะดำเนินการฉีดวัคซีน
  4. เฝ้าระวังอาการแพ้เฉียบพลันหลังฉีด (15-30 นาทีแรก): ควรนั่งรอดูอาการที่คลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์อย่างน้อย 20-30 นาทีก่อนพากลับบ้าน หากมีอาการแพ้รุนแรง เช่น หน้าบวม เปลือกตาบวม ผื่นลมพิษขึ้น หายใจหอบ หรืออาเจียน สัตวแพทย์จะได้ให้การรักษาฉุกเฉินได้ทันท่วงที
  5. การดูแลพักฟื้นที่บ้าน (24-48 ชั่วโมง): สุนัขอาจมีอาการซึม เบื่ออาหารเล็กน้อย หรือมีไข้ต่ำ ๆ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย ควรจัดเตรียมที่นอนที่เงียบสงบ อบอุ่น และจัดเตรียมน้ำสะอาดไว้ใกล้ตัว งดการออกกำลังกายหนัก และงดอาบน้ำเป็นเวลา 7 วันหลังฉีดวัคซีน

เช็กลิสต์ความพร้อม: ก่อนและหลังพาสุนัขไปฉีดวัคซีน

เซฟเก็บไว้ใช้ตรวจสอบได้เลยก่อนถึงวันนัดหมาย:

เช็กลิสต์ก่อนไปฉีดวัคซีน

  • [ ] สุนัขไม่มีไข้ (อุณหภูมิปกติของสุนัขอยู่ที่ 38.0 - 39.2 องศาเซลเซียส)
  • [ ] อึเป็นก้อนปกติ ไม่มีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว หรือมีมูกเลือดปน
  • [ ] ไม่มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล หรือซึมผิดปกติ
  • [ ] สุนัขเข้ามาอยู่ในบ้านอย่างน้อย 7-14 วันแล้ว (กรณีเพิ่งรับลูกสุนัขมาใหม่ เพื่อให้ปรับตัวลดความเครียด)
  • [ ] เตรียมสมุดวัคซีนประจำตัวเล่มเดิมไปด้วยทุกครั้ง

เช็กลิสต์การดูแลหลังฉีดวัคซีน

  • [ ] รอสังเกตอาการแพ้ที่คลินิกอย่างน้อย 20 นาที
  • [ ] งดอาบน้ำอย่างน้อย 7 วัน (สามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวแทนได้หากเปรอะเปื้อน)
  • [ ] งดพาออกไปวิ่งเล่นในสวนสาธารณะ หรือพบเจอกับสุนัขแปลกหน้าเป็นเวลา 10-14 วัน
  • [ ] สังเกตบริเวณผิวหนังที่ฉีดว่ามีก้อนบวมแดงหรืออาการเจ็บปวดรุนแรงหรือไม่
  • [ ] เตรียมอาหารย่อยง่ายและน้ำสะอาดไว้ให้พร้อม หากสุนัขกินน้อยลง

5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนสุนัข

หลายครอบครัวมีความเข้าใจผิดที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของน้องหมาโดยไม่รู้ตัว ดังนี้:

  • 1. รีบพาลูกสุนัขไปฉีดวัคซีนทันทีในวันที่รับเข้าบ้าน: ลูกสุนัขที่เพิ่งย้ายบ้านมักมีความเครียดสูง การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันจะลดลงชั่วคราว ควรรอให้ลูกสุนัขปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ อาหารใหม่ ประมาณ 7-14 วันก่อนพาไปรับวัคซีน
  • 2. พาลูกสุนัขไปวิ่งเล่นนอกบ้านทั้งที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ: ภูมิคุ้มกันของลูกสุนัขจะยังไม่เต็มร้อยจนกว่าจะได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายของช่วงปีแรกและเว้นระยะไปแล้วอีก 10-14 วัน การพาไปเดินตามสวนสาธารณะหรือดมกลิ่นอึฉี่ของสุนัขตัวอื่น อาจทำให้ติดเชื้อโรคลำไส้อักเสบหรือไข้หัดที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงได้
  • 3. คิดว่าฉีดวัคซีนครบตอนเด็กแล้ว โตขึ้นไม่ต้องฉีดอีก: ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนไม่ได้คงอยู่ตลอดชีวิต โดยเฉพาะวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าและโรคฉี่หนูที่ต้องได้รับการกระตุ้นซ้ำทุก 1 ปี การละเลยการฉีดวัคซีนประจำปีจะทำให้ระดับภูมิคุ้มกันลดลงจนไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้
  • 4. อาบน้ำให้สุนัขทันทีหลังฉีดวัคซีน: การอาบน้ำทำให้ร่างกายสุนัขอุณหภูมิลดลง เกิดความเครียด และอาจทำให้ป่วยเป็นหวัดได้ง่าย ควรงดการอาบน้ำอย่างน้อย 7 วันหลังการฉีดวัคซีนทุกครั้ง เพื่อให้ร่างกายใช้พลังงานในการสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเต็มที่
  • 5. ปล่อยให้เวลาฉีดเข็มกระตุ้นขาดช่วงนานเกินไป: การฉีดวัคซีนลูกสุนัขในแต่ละเข็มต้องมีระยะห่างที่พอดี (3-4 สัปดาห์) หากปล่อยให้เลยกำหนดนานเกิน 6-8 สัปดาห์ สัตวแพทย์อาจจำเป็นต้องเริ่มต้นนับหนึ่งโปรแกรมวัคซีนใหม่ทั้งหมด ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

โภชนาการที่ช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันของลูกสุนัข

นอกจากการฉีดวัคซีนตามนัดแล้ว การดูแลร่างกายด้วยอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนก็เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในการสร้างแอนติบอดี สารอาหารจำพวกโปรตีนคุณภาพสูง วิตามินอี วิตามินซี และกรดไขมันโอเมก้า 3 มีบทบาทโดยตรงในการทำงานของเม็ดเลือดขาว

สำหรับลูกสุนัขที่กำลังอยู่ในช่วงโปรแกรมฉีดวัคซีน ควรเลือก อาหารสุนัข สูตรเฉพาะสำหรับลูกสุนัขที่ย่อยง่ายและอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น Royal Canin Maxi Puppy Pouch Gravy ซึ่งเป็นอาหารเปียกที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารในวันที่น้องหมาอาจกินได้น้อย หรือเลือกอาหารเม็ดที่ออกแบบเฉพาะสายพันธุ์อย่าง Royal Canin Maxi Puppy สำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ หรือ สมาร์ทฮาร์ท อาหารลูกสุนัขเปียก ที่มีสารอาหารจำเป็นครบถ้วน ช่วยให้ลูกสุนัขฟื้นตัวไวและเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง

คำเตือนเพื่อสุขภาพ: หากพบว่าสุนัขของคุณมีอาการแพ้วัคซีนรุนแรง เช่น หายใจติดขัด ช็อก ล้มพับ หรือหน้าบวมเป่ง ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้านโดยด่วนที่สุด ห้ามพยายามป้อนยาลดไข้หรือยาแก้แพ้ของคนด้วยตนเองเด็ดขาดเนื่องจากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากน้องมีอาการผิดปกติ ซึม ไม่กินอาหารเกิน 24 ชั่วโมง หรืออาเจียนต่อเนื่อง ควรพาไปพบสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ลูกสุนัขเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ตอนอายุกี่เดือน?

ลูกสุนัขควรเริ่มฉีดวัคซีนรวมเข็มแรกเมื่ออายุประมาณ 6-8 สัปดาห์ (หรือราว 1.5 - 2 เดือน) ซึ่งเป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันจากน้ำนมแม่เริ่มลดระดับลง

ถ้าพาสุนัขไปฉีดวัคซีนช้ากว่าตารางนัด ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดหรือไม่?

หากช้าไปเพียง 1-2 สัปดาห์ สัตวแพทย์มักฉีดต่อเนื่องได้ทันที แต่หากเลยกำหนดนานหลายเดือนในวัยเด็ก อาจต้องเริ่มฉีดกระตุ้นใหม่ตามดุลยพินิจของสัตวแพทย์

ทำไมหลังฉีดวัคซีนจึงห้ามอาบน้ำสุนัข 7 วัน?

เพราะการอาบน้ำอาจทำให้ร่างกายสุนัขอุณหภูมิตก เกิดความเครียด และภูมิคุ้มกันลดลงชั่วคราว ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยแทรกซ้อนได้ง่าย

สุนัขสูงวัยหรือเลี้ยงแต่ในบ้าน ยังจำเป็นต้องฉีดวัคซีนประจำปีไหม?

ยังจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะภูมิคุ้มกันของสุนัขจะเสื่อมถอยลงตามอายุ และเชื้อโรคหลายชนิดเช่น พิษสุนัขบ้า หรือไวรัสลำไส้อักเสบ สามารถปนเปื้อนมากับรองเท้าหรือสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ตัวบ้านได้

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือสัตว์เลี้ยงตารางวัคซีนแมวตามช่วงอายุ คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับทาสแมวมือใหม่คู่มือตารางวัคซีนแมวตามช่วงอายุ อัปเดตแนวทางสากล พร้อมเช็กลิสต์การเตรียมตัว ตารางสรุปช่วงวัย และข้อผิดพลาดที่เจ้าของมือใหม่มักมองข้าม เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของน้องแมวคู่มือสัตว์เลี้ยงวิธีเลือกอาหารสุนัขให้เหมาะกับช่วงวัยเพราะร่างกายของสุนัขในแต่ละช่วงวัยมีความต้องการสารอาหารและพลังงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกสูตรอาหารให้ตรงกับช่วงอายุจึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้น้องหมาเติบโตสมวัย มีสุขภาพแข็งแรง และมีอายุขัยที่ยืนยาวคู่มือสัตว์เลี้ยงวิธีฝึกสุนัขไม่ให้เห่า คู่มือปรับพฤติกรรมเชิงบวกฉบับสมบูรณ์การเห่าเป็นสัญชาตญาณธรรมชาติ แต่หากเห่าไม่หยุดย่อมสร้างความเครียดทั้งผู้เลี้ยงและเพื่อนบ้าน คู่มือนี้รวบรวมวิธีฝึกสุนัขไม่ให้เห่าด้วยการฝึกเชิงบวกอย่างเป็นขั้นตอน เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริงคู่มือสัตว์เลี้ยงวิธีดูแลสุนัขพันธุ์เล็กสุนัขพันธุ์เล็กมีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูงและโครงสร้างร่างกายที่บอบบาง คู่มือนี้รวบรวมขั้นตอนการดูแล โภชนาการ การป้องกันโรค และเช็กลิสต์สำคัญสำหรับผู้เลี้ยงทุกคน